เกาะไม้ไผ่ – ถ้ำไวกิ้ง – อ่าวปิเล๊ะ – อ่าวโลชามะ – อ่าวมาหยา – เกาะพีพี
(24/5/09)
เช้านี้ตื่นมาอย่างสดชื่นหลังจากได้นอนเต็มอิ่ม แบบรวดเดียวเช้าอะ เพราะว่าเหนื่อยสุดๆจากแดดเมื่อวาน ร้อนสุดๆเลย แต่ก้อยังดีกว่าฝนตกล่ะเนอะ เพราะตอนก่อนเดินทางมากระบี่ กรุงเทพฝนตกทุกวัน จนเพื่อนๆที่บริษัทยังแซวว่าสงสัยทริปนี้ต้องกร่อยแน่ๆ แต่แล้วความแน่นอนคือความไม่แน่นอนเนอะ ฝนไม่ตก แดดก้อออก แถมไม่ออกธรรมดานะ ออกมันแบบเต็มที่ไปเล้ย… 555
เราขึ้นเรือกันตอนเก้าโมงเช้าเหมือนเดิม หลังจากทานอาหารกันที่ห้องอาหารโรงแรมแล้ว รถตู้ก้อมาพาเราขึ้นเรือที่หาดเดียวกับเมื่อวาน แต่วันนี้เรานั่งเรือ speed boat กัน เพราะระยะทางวันนี้จะไกลกว่าเมื่อวาน ถ้าขืนนั่งเรือหัวโทงคงใช้เวลานานแน่ๆ วันนี้ทริปของเราบนเรือมีประมาณ 25 คนรวมคนขับเรือและไกด์ชื่อพี่พัฒน์ด้วย พอเรือเริ่มออกจากฝั่ง เด็กท้ายเรือก้อบอกว่า ไม่นั่งบนที่นั่งหลังเรือเหรอขับ เราก้อหันไปมอง โห เต็มที่เลยนะนั่น เป็นที่นั่งสูงขึ้นไปหลังเรือ ไม่มีหลังคาบังอีกตะหาก เอาวะ ไหนๆก้อไหนๆ แล้ว มาทะเลจะกลัวทำไมกับแดดเนอะ ว่าแล้วก้อปีนขึ้นไปนั่งเลย โอ้โห วิวดีมั่กๆ แถมตอนเรือวิ่งเลี้ยวโค้ง ยังกะเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกแน่ะ (นี่คือระลึกความหลังสมัยยังเด็กนะ เพราะผ่านมานานมั่กๆจนเริ่มเลือนรางแล้ว แหะๆ) เราก้อนั่งกับพี่อีกคนที่ไปด้วยกัน มันส์มากๆขอบอก
ในที่สุดจุดหมายแรก “เกาะไม้ไผ่” ก้อถึงจนได้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการเดินทาง


เกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มาก แต่ทรายขาวสุดๆ รวมถึงน้ำทะเลที่ฟ้าอมเขียว ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะลงไปเล่นน้ำกัน รวมถึงถ่ายรูป กิจกรรมที่พลาดไม่ได้

จากนั้นก้อขึ้นเรือ เดินทางต่อไปยังจุดที่เป็น sight seeing คือเค้าจะให้เราชมวิวเฉยๆ ไม่ต้องลงไปคือ “ถ้ำไวกิ้ง” ซึ่งเป็นถ้ำที่มีรังนกนางแอ่น





“อ่าวปิเล๊ะ” และ “อ่าวโลชามะ” ซึ่งน้ำใส วิวแนวเขารอบอ่าวสวยมากๆ สีน้ำเขียวมรกตเลย แถมยังแดดมะร้อน เพราะมีแนวเขาบังด้วย สวยมากมายเลย
หลังจากนั้นก้อพาไปดำน้ำที่จุดดำน้ำระหว่างทางไปอ่าวมาหยา โดยให้เวลาดำน้ำประมาณ 25 นาที ซึ่งคนก้อลงไปต๋อมแต๋มกัน ยกเว้นหมูแป้น ซึ่งมะไหวอีกตามเคย แต่แค่มองบนเรือก้อเห็นปลาเต็มไปหมดแล้วอะ… ปลอบใจตัวเองเนอะ
อ่าวมาหยา คือจุดหมายต่อไปของเรา ซึ่งหาดนี้คือหาดที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง “The Beach” ซึ่งลีโอดาร์โน ดิคาร์ปิโอนำแสดง หาดทรายขาว ทะเลสวยมั่กๆ จนอดใจมะไหวต้องลงไปเล่นน้ำกันแบบลืมแดดลืมร้อนไปเลย



เล่นน้ำกันจนเต็มอิ่มก้อมุ่งสู่จุดหมายต่อไปกันเล้ย “เกาะพีพี”



พวกเราพักทานอาหารกลางวันกันบนเกาะนี้โดยคุณไกด์ให้เวลาเรา 1.30 ชม.ในการทานอาหาร และเดินเล่นรอบเกาะ ซึ่งเกาะนี้ไม่ใหญ่มากมาย แต่เจริญใช้ได้เลย มีขายของจุ๊กจิ๊กเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ความสวยของทะเลยังแพ้เกาะอื่นๆอยู่พอสมควรเลยอะ เนื่องจากคนค่อนข้างเยอะ และเป็นหาดที่มีโรงแรมอยู่ค่อนข้างเยอะพอสมควร … เราใช้เวลาอยู่เกาะนี้ไม่นานนักก้อเดินทางต่อไปที่จุดดำน้ำจุดสุดท้าย ซึ่งให้เวลาพอสมควรประมาณ 40 นาทก่อนจะเดินทางกลับโรงแรม แต่ระหว่างเพื่อนๆลงไปดำน้ำกัน หมูแป้นมีโอกาสคุยกะพี่พัฒน์ที่เป็นไกด์ในวันนี้ว่ามีที่เที่ยวไหนแนะนำบ้างในกระบี่ เค้าก้อถามว่าเราสนใจอยากไปไหนกัน เราก้อมะรอช้ารีบถามว่ามีที่ไหนพอให้ไปเดินเล่นดูของจุ๊กจิ๊กบ้าง พี่เค้าก้อแนะนำถนนคนเดินกระบี่ เราก้อโอเคทันทีในราคาค่าน้ำมัน 500 บาทพาเราไปเดินเล่น ทานข้าวเย็น แล้วพาส่งกลับโรงแรม ซึ่งราคานี้ก้อถือว่าถูกนะ เพราะว่าถ้าเหมารถไปเองไปกลับอยู่ที่ 1 พันบาทแน่ะ แถมได้คนรู้จักเส้นทางพาเที่ยวอีกตะหาก

หลังจากถึงโรงแรมเวลาใกล้เคียงกับเมื่อวาน ก้ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่แม่เจ้า พอมาส่องกระจกเท่านั้นแหละ ทำไมคอไหม้แบบนี้อะ มะน่าเชื่อแดดจะแรงขนาดทำให้คอไหม้สีดำๆแดงๆ แถมยังแสบอีกตะหาก โอ่ย มะได้การละ เราเลยรีบหาโลชั่นมาพอกไว้ก่อน มะงั้นสงสัยกลายเป็นหมูแป้นคอดำก้องานนี้แหละ 555 หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ พี่เค้าก้อมาตรงตามเวลาที่นัดไว้ 18.30 น. เราก้อเริ่มจากช็อปปิ้งที่ถนนคนเดินก่อนซึ่งหมูแป้นก้อมะพลาดได้กระเป๋าสีชมพูลายจุด / สียีนส์ หิ้วได้สองด้านมา 1 ใบในราคา 290 บาท ต่อแทบแย่แน่ะ แต่ก้อน่ารักดี เค้าบอกว่าทำเองแหละ มะรู้จริงอ๊ะเปล่าแต่สวยไว้ก่อนเป็นใช้ได้

หลังจากนั้นก้อเดินดูของพื้นเมืองผ้าบาติกจากอินโด เดินชิมหนมครก แล้วตบท้ายด้วยชิมไวน์ท้องถิ่น “ไวน์มะเม่า” มะเคยได้ยินเลยอะ แถมตอนชิมกลิ่นนี่แรงมากเลย หลังจากชิมกันอยู่หลายรสก้อตกลงกันที่เจ้ามะเม่านี่แหละ ซื้อมา 1 ขวดใหญ่ไปกินกันที่ร้านอาหารเย็นนี้เลย
“ร้านอาหารเรือนไม้” คือร้านที่น้องที่ไปด้วยกันแนะนำ เพราะเคยมากินบอกว่ารสชาดอาหารอร่อย แถมด้วยเมนูแปลกๆเช่น สาหร่ายเย็น + น้ำพริก , ผักแหนงผัดไข่, หอยชักตีนจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด ขอบอกว่าอาหารอร่อยมั่กๆเลย รสเด็ดสมชื่อ ใครที่ชอบทานอาหารรสเผ็ด เชิญได้เลยค่ะ หลังจากทานอาหาร จิบไวน์ จนเริ่มมึนเล็กน้อย ทั้งๆที่กินไปแก้วเดียวเอง แต่แค่กลิ่นนี่ก้อเต็มที่แล้วอะ แต่จิบหลายๆอึกก้อเริ่มหวานนิดๆแล้วแหละ พี่พัฒน์ถามว่าจะไปไหนกันต่อมั๊ย โดยเค้าแนะนำผับ Room 69 แต่ด้วยอาการของแต่ละคน น่าจะกลับไปนอนพักน่าจะเหมาะกว่าเนอะ
พอถึงโรงแรมก้อเตรียมเก็บของบางส่วนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทาง 9 โมงเช้า เพื่อไปอีกหลายโปรแกรม ก้อดูทีวีนิดนึง แล้วก้อเข้านอนตอนเที่ยงคืนเป๊งๆเลยจ้า




0 Comments on “เกาะไม้ไผ่–ถ้ำไวกิ้ง–อ่าวปิเล๊ะ–อ่าวโลชามะ–อ่าวมาหยา–เกาะพีพี”
Leave a Comment
You must be logged in to post a comment.