สุสานหอย – ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ปลาทะเล (นีโม) – เขาขนาบน้ำ – สระมรกต – น้ำตกร้อน
วันนี้ก้อเป็นวันสุดท้ายละที่พวกเราจะได้เที่ยวในจังหวัดกระบี่ จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวย และเราก้อไม่ผิดหวังหลังจากตั้งหลัก อยากมานานมากๆ แต่เพื่อนๆ ก้อไม่ค่อยมีใครยอมมา เพราะกลัวผีกัน เพราะพี่ที่เค้ามี six sense แล้วเค้าเคยมาที่นี่ บอกว่าเค้าเห็นอะ ทำให้เพื่อนๆกล้าๆกลัวๆที่จะมากัน แต่จริงๆ แล้วที่ไหนก้อมีเนอะ ไม่จำเป็นต้องที่นี่หรอก อ้าวซะงั้น แหะๆๆ ว่าแล้วทริปวันนี้เราก้อมาเที่ยวบนบกบ้าง หลังจากสะเทิ้นน้ำมาสองวันแล้ว อ้าวตัวอะไรอะเนี่ย สะเทิ้นน้ำซะด้วย 555

เราออกเดินทางกัน 9 โมงเช้า เวลาใกล้เคียงกับทุกวัน โดยเหมารถตู้กับพี่ที่เป็นคนจัดคิวรถตู้ที่ท่ารถกระบี่ พี่เค้าถามว่าถ้าเรามีโปรแกรมไปไหนกัน เราสามารถเหมารถเค้าได้ในราคา 2,300 บาท รวมน้ำมัน เราก้อเออแฮะ น่าสนใจราคาทั่วไปไม่ได้แพงมากมายอะไร แถมยังมีโปรแกรมเที่ยวเต็มวัน ไม่เสียเที่ยวด้วย เพราะวันนี้เรานั่งเครื่องกลับไฟล์ท 18.50 น. มีเวลาเยอะมั่กๆ แต่ก้อลองไปสอบถามที่เคาน์เตอร์โรงแรมดูว่าเค้าคิดราคาเท่าไหร่ ปรากฏว่าเค้าคิดพาเที่ยวเต็มวันคนละ 1200 บาท โหเต็มที่ไปเลย เหมารถตู้ตกคนละ 400 บาทเอง ต่างกันตั้งเยอะ ยังงัยถ้าคนจะเดินทางลองสอบถามข้อมูลเยอะๆก่อนตัดสินใจก้อดีนะจ๊ะ แต่ถ้าไปกันแค่สองคน หวีดแหววล่ะก้อ คนละ 1200 บาทก้อไม่เลวเหมือนกัน ไกด์พร้อมคนขับรถที่พาเราเที่ยววันนี้ชื่อ “พี่เหลือ” ค่ะ บริการดี แถมยังมีเล่าประวัติสถานที่ต่างๆให้เราฟังได้ความรู้กลับบ้านพอสมควรเลยแหละ เราเลยแอบเหน็บนามบัตรพี่เค้ากลับบ้าน เพราะพี่เค้าบริการทั่วราชอาณาจักรในภาคใต้ ตรัง พังงา สุราษฎร์ ได้หมดจ้า
“สุสานหอย” สถานที่แรกที่เราไปกันวันนี้ เสียดายวันนี้น้ำขึ้นเยอะ เลยเห็นแค่บริเวณริมๆด้านบน ในป้ายเขียนว่าเป็นสุสานหอย 700 ล้านปี โหอะไรจะนานขนาดน้าน….

แต่เปลือกหอยอัดตัวแน่นเป็นแผ่นคล้ายแผ่นปูนเลยล่ะค่ะ แต่ก้อไม่ค่อยกล้าเดินออกไปเท่าไหร่ เด๋วเดินๆ เกิดหักขึ้นมา งานเข้าแน่นอนเลยอะ ขอเดินชมวิวด้านบน แล้วก้อดูของที่ระลึกด้านบนดีก่า ซึ่งเราก้อไปสอยแหวน Turquoise ผสมมุกทำเป็นดอกไม้น่ารักมั่กๆมา 1 วงในราคา 75 บาทเพราะซื้อหลายวง เค้าบอกช่วงนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเค้าเลยคิดให้ราคาพิเศษน่ะค่ะ
จากนั้นก้อเดินทางต่อไปที่ “ศูนย์อนุรักษ์พันธ์ปลาทะเล (นีโม)”



ซึ่งแดดงี้ร้อนสุดๆเลย เพราะอยู่กลางแจ้งอะ แต่ที่น่าสนใจคือปลาหมอทะเลซึ่งตัวใหญ่มั่กๆ

เค้ากะคร่าวๆ น่าจะประมาณ 300 กิโลได้แหละ โหเต็มที่ไปเลย ถ้าเผลอตกไปเนี่ย นึกภาพมะออกเลยอะ แต่ละตัวบิ๊กเบิ้ม หน้าตางี้โหดเชียว หลังจากดูปลาตัวใหญ่ๆ แล้วก้อมาดูบ่อเพาะพันธุ์ปลาในร่ม ซึ่งมีปลาตัวน้อยๆ ปลาเสือ ปลานีโม


แล้วก้อปลาสิงโต ที่ป้ายเขียนบอกว่าอันตรายมาก พิษร้ายแรงถึงตายเลยอะ ไม่น่าเชื่อนะ แต่หนามบนตัวมันก้อดูแหลมๆด้วยแหละ ไม่ได้น่ารักซักกะหน่อยจะไปจับทำไมเนอะ

ร้านขายของฝาก “จี้ออ” ก้อเป็นอีกร้านที่พี่เค้าแนะนำว่าใครมากระบี่ส่วนใหญ่จะแวะร้านนี้ เราก้อไปเดินเล่นต๊อกแต๊ก ได้ magnet , แก้วกาแฟ แล้วก้อพลาดไม่ได้ น้ำพริกกระป๋อง ซึ่งเราก้อชิมไปชิมมาหลายกระปุกจนงง ในที่สุดก้อได้น้ำพริกคั่วกุ้งแห้ง ปลาเค็มสามรส น้ำพริกนรก ในราคา 3 กระปุก 100 บาท แล้วก้อพลาดไม่ได้นะจ๊ะถ้าใครไปกัน “เต้าส้อ” อร่อยมากๆอันนี้ confirm จ้า



เขาขนาบน้ำ และ รูปปั้นอินทรีย์กม.0 ซึ่งอันนี้เป็นไฮไลท์ของกระบี่เลยนะคะ เพราะถือเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองกระบี่เลยอะ ถ้าไม่ไปจุดนี้ถือว่าไปไม่ถึงน้า เด๋วจะหาว่าหมูแป้นมะบอก ถ่ายเป็นที่ระลึกหน่อยนึงก้อพอ เพราะแดดเริ่มร้อนมากๆ แถมท้องเริ่มร้องอีกตะหาก หิวแย้ววววววว พี่เค้าเลยพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารพื้นเมือง ซึ่งเมนูวันนี้ก้อเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน ยกเว้น หอยชักตีน เมนูเด็ดที่ติดใจจนต้องสั่งอีกรอบ 555 อาหารใต้เนี่ยเผ็ดทุกร้านเลยเนอะ แต่พอดีเราเป็นคนกินเผ็ดก้อเลยมะค่อยเท่าไหร่ ในขณะที่เพื่อนๆ ก้อลิ้นชากันเป็นแถบๆเลย
หลังจากทานกันอิ่มแล้ว จริงๆก้อมะค่อยอิ่มเท่าไหร่ แต่พี่เค้ามาเตือนว่าให้รีบทำเวลานิดนึง เพราะจุดหมายต่อไป “สระมรกต” ต้องขับไปอีกประมาณ 60 กม.ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพราะเดี๋ยวถ้าฝนตกจะเดินลำบาก เพราะเป็นทางลูกรังแดงๆอะ และแล้วเราก้อไปถึงจุดหมายในเวลาบ่ายสองโมง โดยพี่เค้าให้เวลาเรา ชม.ครึ่ง เพราะระยะทางเดินไปถึงสระมรกตประมาณ 800 เมตร แต่ถ้าจะไปบ่อน้ำผุดนี่ก้อจะต้องเข้าไปอีก 600 เมตรค่ะ เราก้อเลยคิดว่าไม่ไปดีกว่า เพราะใจอยากจะอยู่ “น้ำตกร้อน” นานๆมากกว่า จะได้เอาขาไปแช่ในน้ำร้อน ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติมีแร่ธาตุในนั้น แช่แล้วจะดี




เราก้อไม่รอช้า รีบเอาขาไปจุ่ม จุ่มไปซักพัก ไม่สะใจหย่อนลงไปทั้งตัวเลย โห แม่เจ้า ทำไมมันร้อน แต่ก้อสบายตัวดี แต่พออีตอนขึ้นนี่สิ แช่ 15 นาที เหนื่อยอย่างกับวิ่งรอบสนามเป็น 10 รอบเลยอะ เดินก้อตัวเซๆ ด้วย สงสัยคงเสียเหงื่อเยอะเกินไปแหงๆ เลยรีบเดินเพื่อจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำก่อนจะไปสนามบิน พอไปถึงห้องน้ำ โหหนอนแบบตัวเหลืองๆขนปุยๆ อยู่แบบเกลื่อนผนังห้องน้ำเลย แถมยังโดดมาเกาะเสื้อเราได้อีกอะ ยี้ๆๆๆๆๆๆ ไปดีกว่า ไม่อาบน้ำมันแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อในปั๊มก้อได้ เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่านี่เป็นฤดูหนอน เคยได้ยินแต่ฤดูหนาว ฤดูหนอน เพิ่งเคยได้ยินก้อครั้งนี้แหละวะ 555

และแล้วเราก้อถึงสนามบินในเวลา 17.00 น. สนามบินกระบี่ดูคนมันเงียบๆ สงสัยเป็นเพราะวันธรรมดาแน่ๆ คนน้อยมั่กๆเลย

check-in ไม่ถึง 10 นาทีก้อเสร็จเรียบร้อยแถมมีเวลาพักทานอาหารเย็นอีกตะหาก หลังจากท้องอิ่ม เข้าห้องน้ำเรียบร้อยก้อเตรียมตัวขึ้นเครื่อง ก่อนจะขึ้นเครื่องยังไม่วายถ่ายรูปอีกอะพวกเรา … ทริปนี้จบด้วยความสดชื่น เต็มอิ่มกับบรรยากาศ วิวสวย ทะเลใส ไม่ผิดหวังจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่สบายตลอดทั้งทริป แถมขากลับเครื่องยังสั่นเล็กน้อย แต่สำหรับหมุแป้นแล้ว เรื่องเที่ยวไม่เคยถอยจ้า…

แล้วเจอกันใหม่ในทริปหน้านะคะ ปิดท้ายด้วยรูปที่สนามบินสุวรรณภูมิละกัน bye J




0 Comments on “สุสานหอย–ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ปลาทะเล–เขาขนาบน้ำ–สระมรกต–น้ำตกร้อน”
Leave a Comment
You must be logged in to post a comment.